วันอาทิตย์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2559

สังเกตปัสสาวะเสี่ยง “โรคไต”

         โดยทั่วไปร่างกายจะแสดงอาการผิดปกติออกมาก็ต่อเมื่อไตทำงานหนักมากแล้ว ซึ่งกว่าจะรู้ตัวและหาทางรักษาอาจสายเกินไป และอาการต่อไปนี้คือสัญญาณอันตรายที่เป็นข้อบ่งชี้ว่าคุณอาจเป็นโรคไต

อาการปัสสาวะผิดปกติ
เนื่องจากกระเพาะปัสสาวะและไตทำงานสัมพันธ์กัน เมื่อเกิดความผิดปกติขึ้นที่ไต กระเพาะปัสสาวะจึงผิดปกติไปด้วย ซึ่งคุณหมอได้แนะวิธีสังเกตอาการผิดปกติของปัสสาวะไว้ดังนี้
  • ปัสสาวะขัด สำหรับผู้ที่มีอาการ ปัสสาวะลำบาก ปัสสาวะขัด เจ็บ ต้องออกแรงเบ่ง ปัสสาวะไม่พุ่ง หรือปัสสาวะสะดุดกลางคัน เหล่านี้ล้วนเป็นสัญญาณบอกให้รู้ว่า อาจเกิดการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ หรือเป็นนิ่วในไต ซึ่งมักพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย
  • ปัสสาวะบ่อยกว่าปกติ โดยทั่วไป หากไม่ได้ดื่มน้ำก่อนเข้านอน เมื่อนอนหลับไปแล้ว 6 – 8 ชั่วโมง เรามักจะไม่ต้องตื่นขึ้นมาปัสสาวะกลางดึก ทั้งนี้เพราะกระเพาะปัสสาวะจะสามารถเก็บน้ำได้ถึง 250 ซี.ซี. แต่ในคนที่เป็นโรคไต ไตจะไม่สามารถหยุดการขับน้ำในกระเพาะปัสสาวะ ทำให้มีน้ำออกมามากและปัสสาวะบ่อยกว่าปกติ จึงมักจะตื่นขึ้นมาปัสสาวะตอนกลางดึก
  • ปัสสาวะเป็นฟองมาก ปกติเวลาที่เราปัสสาวะจะมีโปรตีนไหลปนออกมาด้วย ซึ่งโปรตีนนี่เอง ที่ทำให้เกิดฟองสีขาวๆ หากใครปัสสาวะแล้วมีฟองสีขาวเหมือนฟองสบู่ออกมามากกว่าที่เคยเป็น นั่นอาจเป็นข้อบ่งชี้ว่า ไตของเราทำงานผิดปกติ เนื่องจากเส้นเลือดฝอยในไตเกิดการอักเสบ ซึ่งหากเกิดร่วมกับการปัสสาวะเป็นเลือด ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นโรคไต ควรไปพบแพทย์โดยด่วน
  • ปัสสาวะเป็นเลือด ปกติน้ำปัสสาวะของเราจะมีสีเหลืองใส หรืออาจจะมีสีเข้มขึ้นได้นิดหน่อยหากดื่มน้ำน้อย หรือจางลงได้เมื่อดื่มน้ำมาก แต่ถ้าหากปัสสาวะมีสีแดงคล้ายเลือดหรือสีน้ำล้างเนื้อ สีชาแก่ หรือสีเหลืองเข้ม นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนให้รู้ว่ามีเลือดปนออกมากับปัสสาวะ โดยอาจจะเกิดจากการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ มีนิ่วในไต เป็นไตอักเสบ หรือมีเนื้องอกในทางเดินปัสสาวะ เป็นต้น
อาการบวม
ผู้ป่วยที่เป็นโรคไตส่วนใหญ่ มักจะมีอาการบวมตามที่ต่างๆของร่างกาย เช่น อาการบวมรอบดวงตา และที่บริเวณหน้า ซึ่งอาจสังเกตได้เวลาตื่นนอน หรืออาการบวมที่เท้า สังเกตได้ในตอนช่วงบ่ายของทุกวัน หรือเมื่อทำกิจกรรมที่ต้องยืนเป็นเวลานานจะรู้สึกว่ารองเท้าที่สวมอยู่ดูคับขึ้น ทั้งนี้ หากใช้นิ้วกดไปตรงบริเวณที่บวมแล้วมีรอยบุ๋มลงไป ให้สันนิษฐานไว้เลยว่าเป็นโรคไต ควรไปพบแพทย์โดยด่วน
อาการปวด
   พบบ่อยในผู้ป่วยที่เป็นโรคไต ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการปวดกล้ามเนื้อ ปวดหลัง ปวดเอว ปวดกระดูกและข้อ โดยจะมีลักษณะการปวดคือ รู้สึกปวดที่บั้นเอว หรือบริเวณชายโครงด้านหลัง และมักปวดร้าวไปถึงท้องน้อย ขาอ่อน หัวเหน่า และที่อวัยวะเพศ การปวดในบริเวณดังกล่าว อาจเกิดจากมีการอุดตันที่ท่อไต กรวยไตอักเสบ หรือในท่อไตมีถุงน้ำโป่งพอง
ความดันโลหิตสูง
เป็นอาการสำคัญอย่างหนึ่งที่บอกให้รู้ว่าคุณมีภาวะเสี่ยงต่อการเป็นโรคไตเรื้อรัง โดยเฉพาะคนที่ป่วยเป็นความดันโลหิตสูงมานาน และไม่สามารถควบคุมระดับความดันโลหิตให้อยู่ในภาวะที่สมดุลจะยิ่งมีภาวะเสี่ยงมากกว่าปกติ โดยอาจจะเป็นโรคไตเรื้อรัง และโรคหลอดเลือดแดงในไตตีบได้
เมื่อสงสัยว่าเป็นโรคไต ทำยังไงดี
โรคชนิดนี้เกิดจากพฤติกรรมการกินเป็นสำคัญ ดังนั้น หากไม่อยากเป็นโรคไต ควรหันมาใส่ใจในเรื่องอาหารการกิน โดยพยายามงดอาหารที่มีรสเค็มจัดและอาหารที่มีไขมันสูงอย่างเด็ดขาด สำหรับผู้ที่สงสัยว่าตัวเองเป็นโรคไต หากมีอาการผิดปกติในข้อใดข้อหนึ่งข้างต้น ไม่ควรนิ่งนอนใจให้รีบไปพบแพทย์โดยด่วน เพราะโรคไตบางชนิด เช่น นิ่วในไต กรวยไตอักเสบ รักษาได้ หากได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

คำแนะนำหลังผ่าตัดต่อเส้นเลือดเพื่อฟอกเลือด



คำแนะนำหลังผ่าตัดต่อเส้นเลือดเพื่อฟอกเลือด
(Arteriovenous fistular, AVF)


เป็นการผ่าตัดเชื่อมต่อเส้นเลือดดำและเส้นเลือดแดงที่ข้อมือหรือข้อศอกของแขนผู้ป่วย
แผลอาจมีเลือดซึมได้
ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทำแผล เว้นแต่แผลซึมมากหรือผ้าคลุมแผลสกปรก
โดยปรกติจะนัดตัดไหม 10 - 14 วัน
อย่าให้แผลเปียกน้ำ
หลังจากผ่าตัด 4 - 5 วัน ให้บริหารมือโดยบีบลูกยางหรือบอลบ่อยๆ เพื่อที่จะช่วยให้เส้นเลือดโตเร็วขึ้น
ห้ามวัดความดันหรือแทงน้ำเกลือแขนข้างที่ผ่าตัดเส้นเลือด
ห้ามสวมนาฬิกา กำไล หรือสายรัด ที่จะกดทับบริเวณเส้นเลือดแขนข้างที่ผ่าตัด

คำแนะนำหลังผ่าตัดต่อเส้นเลือดฟอกเลือดโดยใช้เส้นเลือดเทียม
(Arteriovenous bridge graft, AVBG)

เป็นการผ่าตัดโดยใช้เส้นเลือดเทียมต่อระหว่างเส้นเลือดแดงและเส้นเลือดดำในแขนหรือขาของผู้ป่วย
อาการปวดและบวมเป็นเรื่องปกติ เพื่อลดอาการปวดและบวม ควรยกแขนสูงโดยหนุนหมอนให้สูงกว่าระดับหัวใจใน 24 - 48 ชม. แรก ห้ามใช้ความร้อนประคบ
ที่แขนอาจจะมีฟกช้ำจ้ำเลือด จะรู้สึกอุ่น อาจมีเลือดซึมจากบาดแผล
ถ้าจำเป็นก็ทานยาแก้ปวด
ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทำแผล เว้นแต่แผลซึมมากหรือผ้าคลุมแผลสกปรก
โดยปรกติจะนัดตัดไหม 10 - 14 วัน
อย่าให้แผลเปียกน้ำ
หลีกเลี่ยงการงอข้อศอกมากๆ จะทำให้รบกวนต่อการไหลเวียนกลับของเลือด
ให้มาพบแพทย์ถ้ามีอาการดังต่อไปนี้
มีอาการชา หรือปวดที่มือ
ปวด บวม แดง มากขึ้น
แผลมีเลือดซึมออกมาไม่หยุด

มีไข้สูง

การผ่าตัดต่อเส้นเลือด เพื่อฟอกเลือด
(Vascular access for hemodialysis)
ถ้า คุณ จะต้องได้รับการรักษาโรคไตวายเรื้อรังในไม่กี่เดือนข้างหน้า คุณควรจะต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการรักษาจากทีมบุคลากรที่ดูแลรักษา คุณให้มากที่สุด ขั้นตอนที่สำคัญอันหนึ่ง คือ การผ่าตัดต่อเส้นเลือดเพื่อการฟอกเลือด ซึ่งเป็นตำแหน่งที่นำเลือดออกจากและกลับคืนร่างกายในการฟอกเลือด การผ่าตัดต่อเส้นเลือดควรทำเตรียมว้ก่อนเริ่มฟอกเลือดหลายสัปดาห์หรือหาย เดือน ซึ่งจะเป็นการง่ายกว่าและผลที่ดีกว่าสำหรับคุณ การผ่าตัดต่อเส้นเลือดมีหลายวิธี

การผ่าตัดต่อเส้นเลือดโดยใช้เส้นเลือดผู้ป่วยเอง
(Arteriovenous fistula, AV fistula, AVF)
เป็น วิธีที่ดีที่สุด ถ้าคุณมีเส้นเลือดโตเหมาะสมและมีเวลาเพียงพอ เพราะหลังผ่าตัดต้องใช้เวลารอให้เส้นเลือดที่ต่อโตพอที่จะใช้ได้ (อาจหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน) แต่ถ้าสามารถใช้ได้แล้ว ภาวะแทรกซ้อนจะน้อยกว่าและอายุการใช้งานจะนานกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับชนิด อื่นโดยรวม
แพทย์ ผู้ผ่าตัดจะต่อเส้นเลือดดำเข้ากับเส้นเลือดแดงโดยตรงที่บริเวณข้อมือหรือข้อ ศอกจะทำให้แรงดันเลือดจากเส้นเลือดแดงไหลเทเข้าเส้นเลือดดำ จะทำให้เส้นเลือดดำที่แขนโตและแข็งแรงขึ้นจนสามารถใช้เข็มเบอร์โตแทง เพื่อการฟอกเลือดได้ การผ่าตัดมักจะใช้การฉีดยาชาเฉพาะที่

การผ่าตัดต่อเส้นเลือดโดยใช้เส้นเลือดเทียม
(Arteriovenous bridge graft, AVBG, AVG)
ถ้า เส้น เลือดของคุณขนาดเล็กไม่เหมาะสมที่จะผ่าตัดด้วยวิธีแรก คุณจะต้องใช้เส้นเลือดเทียมฝังใต้ผิวหนังที่แขนสามารถใช้ได้ภายใน 2 - 3 สัปดาห์ โดยรวมแล้วปัญหาในการใช้งานอาจจะมากกว่าแบบแรก แต่ถ้าดูแลดีสามารถใช้ได้นานอาจจะหลายปี

สายสวนเส้นเลือดดำ เพื่อฟอกเลือดชั่วคราว
(Double lumen venous catheter for temporary access)
ถ้า ไต ของคุณเสื่อมอย่างรวดเร็วจนไม่มีเวลารอการผ่าตัดเส้นเลือดได้ก่อน คุณอาจจะจำเป็นต้องใช้สายสวนเส้นเลือดดำ เพื่อฟอกเลือดชั่วคราว วิธีนี้ไม่อยู่ถาวร อาจจะอุดตัน ติดเชื้อและทำให้เส้นเลือดดำที่สวนตีบตันได้ ถ้าจำเป็นต้องฟอกเลือดเร่งด่วนการใช้สายส่วนนี้ก็สามารถอยู่หลายสัปดาห์